วางแผนโปรแกรมฝึกซ้อมให้ตรงเป้าหมาย! เพิ่มความเร็ว เพิ่มทักษะ เพิ่มความทน ทำเวลาให้ดีขึ้น

นักกีฬาหลายคนพบกับปัญหาในการหาจุดมุ่งหมายและทิศทางในการฝึกซ้อมที่ถูกต้อง หลายๆ ครั้งที่การพัฒนาของคุณหยุดชะงักและถดถอยแม้จะฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องก็ตาม นั่นเป็นเพราะแผนการซ้อมของคุณนั้นยังไม่ถูกต้องและไม่ได้ถูกวางแผนให้เหมาะกับตัวคุณนั่นเอง
การจะเข้าใจถึงสมรรถภาพของตัวเองและสามารถวางแผนการซ้อมที่ถูกต้องนั้น ต้องอาศัยข้อมูลทางกายภาพเชิงลึกจากการทดสอบแบบ 360 Physiological Profile Test เพื่อวิเคราะห์ค่า VO2Max, VLaMax, FTP (Anaerobic Threshold), FatMax, CarbMax และมาตรวัดอื่นที่มีความละเอียด เพื่อนำมาใช้วางแผนการซ้อมที่มีแนวทางขัดเจนยิ่งขึ้น ลดจุดอ่อนและเพิ่มจุดแข็งของนักกีฬาการทดสอบในรูปแบบ 360 นี้ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของการโค้ชชิ่ง ทำให้การคาดการณ์ผลและการวางแผนการซ้อมและการแข่งขันล่วงหน้ามีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ

การโค้ชชิ่งแตกต่างจาก Training Plan สำเร็จรูปทั่วไป เพราะการโค้ชชิ่งไม่ใช่แค่แผนการซ้อม แต่รวมถึงการวางกลยุทธ์ และการทำงานร่วมกันของโค้ชกับลูกศิษย์อย่างใกล้ชิด แผนการโค้ชชิ่งของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันเพราะแต่ละคนมีลักษณะทางกายภาพต่างกัน คุณจะได้รับการดูแลและติดตามผลจากโค้ชอย่างใกล้ชิด โค้ชยังช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกำหนดเป้าหมายร่วมกับคุณ และทำให้คุณได้สนุกกับกีฬาที่คุณชอบด้วยฝึมือที่ดียิ่งขึ้นพัฒนาศักยภาพของคุณให้ถึงขีดสุดด้วยโปรแกรมฝึกซ้อมแบบตัวต่อตัวกับโค้ชมืออาชีพ “Coach JJ” รับรองผลด้วยความสำเร็จจากการโค้ชชิ่งนักกีฬาทีมชาติและนักกีฬาสม้ครเล่นมากมาย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปั่น นักวิ่ง ระดับไหนก็ตาม เราจะช่วยให้คุณไปถึงจุดหมาย

ทำไมถึงต้องโค้ชชิ่ง?

การจะพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาให้ได้ตรงตามเป้าหมายนั้น ไม่ว่าจะเป็นกีฬาใดก็ตาม ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสอนและวางแผนการซ้อม กีฬาทุกอย่างล้วนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน กล้ามเนื้อและระบบพลังงานในร่างกายก็ตอบสนองแต่ละกิจกรรมแตกต่างกันไปด้วย โค้ชจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อ ระบบการใช้พลังงาน และระบบชีวกลภาพ ของกีฬาแต่ละชนิด เพื่อออกแบบแผนการซ้อมที่ช่วยปรับสมรรถนะของนักกีฬาให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างวัดผลได้

โค้ชยังเป็นอีกคำตอบของนักกีฬาที่มีประสบการณ์การแข่งขันมานานแต่ไม่ได้พัฒนาขึ้นมากเท่าใดนัก เป็นเพราะยังไม่เข้าใจระบบพลังงาน ลักษณะทางกายภาพ จุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง จึงไม่สามาถที่จะวางแผนการซ้อมที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตนได้ ด้วยวิทยาการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาก้าวล้ำไปมาก การทดสอบร่างกายแบบเต็มรูปแบบ 360 Physiological Profile Test (Swim/Bike/Run) ที่รายงานผลสมรรถนะของนักกีฬาอย่างเจาะลึก โค้ชจึงวิเคราะห์ข้อมูลและออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมที่ตรงจุด มีระบบ มีระยะเวลาที่ชัดเจน และแน่นอนต้องวัดผลได้ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคล

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนอยากพัฒนาตัวเองไปถึงที่สุด และผมก็เสียดายที่เห็นนักกีฬาที่มีศักยภาพหลายคนในเมืองไทย วางแผนการซ้อมแบบไม่มีทิศทาง บ้างก็มากไป น้อยไป สูงไป บ้างก็ตํ่าเกินไป บางคนใช้ตารางซ้อมที่ Copy จากในอินเตอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมสำเร็จรูปเหล่านั้นไม่ได้มีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลย และไม่มีการการันตีว่าคุณจะได้ผลจากการฝึกซ้อมมากน้อยแค่ไหน การโค้ชชิ่งไม่ได้เป็นการฝึกซ้อมทางด้านร่างกาย (Physically) เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการฝึกซ้อมทางด้านจิตใจ (Mentality) ให้เข้มแข็งและมุ่งมั่น โค้ชจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ และเตรียมจิตใจของคุณให้พร้อมที่สุดก่อนการแข่งขัน นักปั่นที่ชนะรายการใหญ่อาจจะไม่ได้เป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงที่สุด แต่พวกเค้าเหล่านั้นมีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ต่างหาก

Jason Kenny กับโค้ชทีมอังกฤษที่ทำให้เค้าได้คว้าชัยชนะในโอลิมปิคที่ผ่านมา 2016

ต้องฝึกหนักแค่ไหน ถึงจะเห็นผล? (How quickly do i start to improve?)

ผมไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนต้องซ้อมอย่างหนักเพื่อไปแข่ง Tour de France หรือ KONA เพราะทุกคนมีภาระหน้าที่ของตัวเอง ผมเคยมีลูกศิษย์ชื่อ Matt Langworthy เป็นแชมป์เยาวชนจูเนียร์ โดยผมจัดตารางฝึกซ้อมเพียงแค่ 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น! ตารางซ้อมที่ผมจัดให้ทุกคนจะแตกต่างกัน แล้วแต่ไลฟสไตล์และจุดมุ่งหมาย ซึ่งผมจะประเมินศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคนจากรายงานผลทางกายภาพจาก 360 Physiological Profile Test รวมกับเป้าหมายของนักกีฬาที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นนักสปรินเตอร์ นักแข่งระยะสั้น IRONMAN นักปั่นขึ้นเขา นักปั่นแบบจับเวลา (Time Trial) นักปั่นเสือภูเขา หรือนักวิ่งระยะต่างๆ เพราะกีฬาแต่ละประเภทต้องการลักษณะและสมรรถนะของนักกีฬาที่แตกต่างกัน

โดยเฉลี่ยโปรแกรมที่ผมออกแบบรวมทุกกีฬา (วิ่ง ว่าย ปั่น) จะใช้เวลารวมไม่เกิน 10-12 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ หากคุณปฏิบัติตามแผนการซ้อมได้ 80-90% อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 3 เดือน ผมเชื่อว่าคุณจะเริ่มเห็นพัฒนาการอย่างแน่นอนครับ

มีทางลัดที่จะทำให้พัฒนาได้เร็วๆ ในระยะสั้นๆ หรือไม่? (Is there any shortcut to improve more quickly?)

คำตอบคือ “ไม่มี” ครับ ร่างกายของเรามีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป คุณไม่สามารถหวังผลในระยะสั้นๆ จากการซ้อมได้ แผนการซ้อมจึงมีการสลับหนักเบา เพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน และเริ่มเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดที่ถูกต้อง การที่คุณปั่นหนักๆ หลายๆ ชั่วโมงมากกว่าเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปั่นเก่งเร็วขึ้น นอกจากนั้น การซ้อมปั่นอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง หรือเข้าแข่งขันติดกันหลายสนาม นอกจากจะทำให้ร่างกายคุณเหนื่อยล้าเกินไป ประสิทธิภาพการปั่นของคุณจะตกลงในที่สุด อาจเกิดอาการบาดเจ็บ จิตใจของคุณก็จะห่อเหี่ยว ไม่สนุกกับการปั่นอีกต่อไป

วิธีการเลือกโปรแกรมการซ้อมที่เหมาะกับคุณ (How to Choose Your Coaching Programs?)

Beginner Coaching Programs 3 เดือน 

เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่การฝึกซ้อมแบบเป็นระบบ ร่างกายคุณจะเริ่มปรับสภาพเข้ากับวิธีการฝึกซ้อม กล้ามเนื้อจะค่อยๆ พัฒนาในส่วนที่ถูกต้อง และคุณจะเริ่มเห็นพัฒนาการที่แตกต่าง โดยใน 2-3 สัปดาห์แรกๆ คุณจะรู้สึกเหนื่อยง่าย และรู้สึกว่าการซ้อมยาวนานเหลือเกินกว่าจะจบ แต่ในสัปดาห์ถัดๆ ไป ร่างกายคุณจะคุ้นชินและฝึกซ้อมได้นานมากขึ้น มีพลังมากขึ้น จนคุณรู้สึกได้

Advanced Coaching Programs 6 เดือน 

เหมาะสำหรับนักกีฬาที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและมีเป้าหมายชัดเจน เหมาะสำหรับนักกีฬาระดับกลางที่มีประสบการณ์มาซักระยะ มีการลงแข่งขันบ้าง แต่กลับไม่รู้สึกว่าฝีมือได้พัฒนาขึ้นเท่าไหร่นัก การฝึกซ้อมระยะ 6 เดือนจะช่วยจัดระบบร่างกายของคุณให้เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น มีช่วงระยะให้คุณได้ปรับตัวเข้ากับการฝึกซ้อม ไปจนถึงช่วงที่คุณเริ่มสร้างความแข็งแกร่งและสมรรถภาพ หัวใจของการซ้อมให้ได้ประสิทธิภาพที่สำคัญอีกอย่างนั่นก็คือ ความต่อเนื่อง หากคุณผ่านการซ้อมอย่างต่อเนื่องจนร่างกายคุณเริ่มมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น แม้จะขาดซ้อมไปบ้าง แต่ร่างกายคุณจะสูญเสียพลังหรือสมรรถนะไปน้อยมาก โดยเมื่อหากกลับมาเข้าโปรแกรมซ้อมใหม่ คุณก็จะกลับสู่สภาพที่เคยฟิตได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการฝึกซ้อม

Ultimate Coaching Program 12 เดือน 

โปรแกรมการซ้อมสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาสมรรถภาพและมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีการเข้าแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และต้องการไต่อันดับด้วยเวลาให้ดีขึ้น การฝึกซ้อมด้วยแพ็คเกจ 12 เดือน จะสร้างวินัยในตัวคุณเองให้ลุกขึ้นมาฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ สำหรับตารางซ้อมนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะหนักจนเกินไป หรือทำให้คุณไม่มีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่น เพราะแผนการซ้อมของเราจะขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังสามารถร่วมวางโปรแกรมให้สอดคล้องกับโปรแกรมซ้อมที่คุณมีอยู่แล้ว โดยไม่ทำให้คุณเหนื่อยล้าจนเกินไป โปรแกรมการซ้อมของเราจะมีทั้งหนักและเบาสลับกัน เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสพัฒนาและฟื้นตัว นอกจากนี้ หากคุณมีแผนจะลงแข่งรายการใดๆ คุณสามารถแจ้งโค้ชล่วงหน้าได้ภายใน 4-6 เดือน เพื่อปรับเปลี่ยนโปรแกรมการซ้อมให้เหมาะสมกับรายการนั้นๆ ให้กับคุณได้อีกด้วย


โปรแกรมโค้ชชิ่ง คุณจะได้รับ Coaching Programs include:

ขั้นตอนการโค้ชชิ่ง 

  1. เริ่มจากการตั้งเป้าหมายร่วมกันกับโค้ชเจเจ
  2. นัดหมายเพื่อทำการทดสอบสมรรถภาพ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบแบบเต็มรูปแบบ 360 Physiological Test (Swim/Bike/Run) หรือการทดสอบแลคเตทเทสแบบมาตรฐาน
  3. โค้ชเจเจจะทำการเซ็ทโปรแกรมการซ้อมผ่านทาง Application Online ชื่อ TrainingPeaks และหลังจากการฝึกซ้อมในแต่ละสัปดาห์ โค้ชจะวิเคราะห์ข้อมูลและตอบกลับผ่านทาง Application เช่นเดียวกัน
  4. วัดผลและปรับแผนการซ้อมรายสัปดาห์ให้เหมาะสมกับการตอบสนองและวัตถุประสงค์ของนักกีฬาท่านนั้น

พิเศษ! Race Plan จากโค้ชเจเจ…

เพื่อวางกลยุทธ์การใช้ Power/Pace และแผนโภชนาการ สำหรับการแข่งขันที่ออกแบบเพื่อคุณ ทำให้คุณทำเวลาดีขึ้น มีพลังงานพอเพียงจนจบการแข่งขัน

  • 2,500 THB สำหรับ Race Plan 1 กีฬา 1 ครั้ง
  • 3,500 THB สำหรับ Race Plan 2 กีฬา 1 ครั้ง
  • 4,500 THB สำหรับ Race Plan 3 กีฬา 1 ครั้ง

หากคุณมีคําถามในใจว่าจะซ้อมอย่างไรให้มีทิศทางและได้ผลสูงสุด ผมช่วยคุณได้ครับ ติดต่อเราวันนี้ที่ JJ Pro Performance Centre อย่าลืมนะครับว่า “คุณคืออาวุธหลักที่สําคัญที่สุด ไม่ใช่อุปกรณ์ การวางแผนการแข่งและฝึกซ้อมร่างกายอย่างถูกต้อง จะทำให้คุณไปสู่ชัยชนะ” – โค้ชเจเจ

Coaching Programs Package

  • 1 เดือน ราคา 6,000 THB
  • 3 เดือน ราคา 17,500 THB (ไม่รวมการทดสอบร่างกาย)
  • 6 เดือน ราคา 32,000 THB ฟรี! Lactate Test เพื่อ FTP มูลค่า 5000 THB
  • 12 เดือน ราคา 58,000 THB ฟรี! 360 Physiological Test มูลค่า 8,900 THB (ว่ายน้ำ หรือ วิ่ง หรือ ปั่นจักรยาน)

ติดต่อโค้ชชิ่งกับเรา Add Line: @JJProPerformance

เพิ่มเพื่อน

Price and Promotion — Click


ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง:

  • 5 วิธีเลือกโค้ชจักรยาน คลิก >>
  • การทดสอบ 360 Physiological Test (Swim/Bike/Run) คลิก>>

ข้อมูลเกี่ยวกับ TrainingPeaks คลิก >>