นักปั่นหลายๆ คนหลังจากที่ตัดสินใจว่าจะซ้อมแบบจริงจังแบบมีโค้ชกับเค้าซักที แต่ก็มาถึงจุดที่ว่า แล้วเราจะเลือกโค้ชจักรยานคนไหนดีใช่มั้ยละครับ

การเลือกโค้ชจักรยานไม่มีกฏตายตัวไปซักทีเดียวหรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะถูกใจและชอบวิธีการฝึกซ้อมและแนวคิดของโค้ชท่านไหนเป็นพิเศษ และคิดว่าเหมาะสมกับตัวเรา เพราะโค้ชจักรยานแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายในการพัฒนานักปั่นของตนกันอย่างเต็มความสามารถกันอยู่แล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การมองหาโค้ชคู่ใจก็ควรจะมีสิ่งที่ควรจะพิจารณาในขั้นพื้นฐานกันอยู่บ้าง

1. โค้ช ควรได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางสําหรับการเป็นโค้ชจักรยานจากสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะนอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์ของกีฬาจักรยานอย่างรอบด้านแล้ว จะต้องสามารถวิเคราะห์ผล อ่านค่าต่างๆ รวมถึงออกแบบการฝึกซ้อมที่หมาะกับนักกีฬาของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่แน่นอนต้องวัดผลได้

2. โค้ชควรจะมีประสบการณ์ในการโค้ชชิ่งมาในระยะเวลาหนึ่ง การมีประสบการณ์เยอะก็เท่ากับว่าโค้ชท่านนั้นได้เจอกับลูกศิษย์หลายหลายรูปแบบ รวมถึงเห็นรูปแบบการฝึกซ้อมที่แต่ละคนตอบสอง จึงทําให้มีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการซ้อมได้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

3. คุณควรศึกษาสไตล์การฝึกสอนของโค้ชท่านนั้นๆ หรือสอบถามจากลูกศิษย์ปัจจุบัน เพื่อทําความเข้าใจเบื้องต้น เพื่อประกอบการพิจารณาว่าเหมาะกับตัวเราและไลฟ์สไตล์เราหรือไม่

4. ลองพูดคุยโดยตรงกับโค้ชถ้ามีโอกาส เพื่อดูเคมีของกันและกันว่าโอเครึเปล่า โค้ชควรจะใส่ใจในคําถามของคุณและมีความกระตือรือล้นในการอธิบาย มีความกันเอง มีความน่าเชื่อถือ และเป็นคนที่คุณไว้วางใจได้ เพราะวันหนึ่งหากคุณอยู่ในสถานการณ์การแข่งขันที่กดดันสูงๆ โค้ชนี่แหล่ะจะเป็นคนสร้างกําลังใจและทําให้คุณฮึดขึ้นมาสู้ได้อีกครั้ง

โค้ชไม่เพียงจะฝึกซ้อมด้านร่างกาย แต่ต้องฝึกซ้อมด้านจิตใจให้กับนักปั่นด้วย อย่าลืมนะครับนักปั่นที่คว้าชัยชนะอาจจะไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแรงที่สุด แต่เค้ามีจิตใจที่เข้มแข็งนั่นเอง หากคุณมีโค้ชที่ไม่แม้เพียงแต่จะพูดคุยสื่อสารกับคุณ ก็ไม่ต่างกับการซื้อโปรแกรมซ้อมตามอินเตอร์เน็ตนั่นแหล่ะครับ

หลักๆ ก็คงจะมีเพียงเท่านี้ หวังว่านักปั่นหลายท่านน่าจะนําไปลองใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกโค้ชคู่ใจกันนะครับ