ทำไมถึงต้องโค้ชชิ่ง?

จักรยานก็ไม่ต่างกับกีฬาทั่วไป ที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการสอนและวางแผนการซ้อมไม่ต่างกับกีฬาชนิดอื่นๆ กีฬาทุกอย่างล้วนมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน การมีพื้นฐานที่ดีจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะการปั่นที่รวดเร็วและยั่งยืน คุณอาจจะคิดว่ากีฬาจักรยานนั้นแค่ปั่นจักรยาน เป็นก็โอเคแล้ว แต่การที่คุณมีโค้ชจะช่วยให้คุณปั่นจักรยาน ได้ดีนั่นเอง โค้ชยังเป็นอีกคำตอบของนักปั่นที่มีประสบการณ์การปั่นมานานแต่ไม่ได้พัฒนาขึ้นมากเท่าใดนัก เป็นเพราะยังขาดการวางแผนการซ้อมที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับตน ด้วยวิทยาการทางวิทยาศาสตร์การกีฬาก้าวล้ำไปมาก โค้ชจึงสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมที่เหมาะกับศักยภาพของแต่ละบุคคล มีระบบ มีขั้นตอน และวัดผลได้ นั่นคือ FTP ที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนอยากพัฒนาตัวเองไปถึงที่สุด และผมก็เสียดายที่เห็นนักกีฬาที่มีศักยภาพหลายคนในเมืองไทย วางแผนการซ้อมแบบไม่มีทิศทาง บ้างก็มากไป น้อยไป สูงไป บ้างก็ตํ่าเกินไป บางคนใช้ตารางซ้อมที่ Copy จากในอินเตอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมสำเร็จรูปเหล่านั้นไม่ได้มีปัจจัยอะไรเกี่ยวข้องกับคุณเลย และไม่มีการการันตีว่าคุณจะได้ผลจากการฝึกซ้อมมากน้อยแค่ไหน การโค้ชชิ่งไม่ได้เป็นการฝึกซ้อมทางด้านร่างกาย (Physically) เพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการฝึกซ้อมทางด้านจิตใจ (Mentality) ให้เข้มแข็งและมุ่งมั่น โค้ชจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คุณ และเตรียมจิตใจของคุณให้พร้อมที่สุดก่อนการแข่งขัน นักปั่นที่ชนะรายการใหญ่อาจจะไม่ได้เป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงที่สุด แต่พวกเค้าเหล่านั้นมีจิตใจที่เข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ต่างหาก

Jason Kenny กับโค้ชทีมอังกฤษที่ทำให้เค้าได้คว้าชัยชนะในโอลิมปิคที่ผ่านมา 2016

ต้องฝึกหนักแค่ไหน ถึงจะเห็นผล(How quickly do i start to improve?)

ผมไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนต้องซ้อมอย่างหนักเพื่อไปแข่ง Tour de France เพราะทุกคนมีภาระหน้าที่ของตัวเอง ผมเคยมีลูกศิษย์ชื่อ Matt Langworthy เป็นแชมป์เยาวชนจูเนียร์ โดยผมจัดตารางฝึกซ้อมเพียงแค่ 6 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้น! ตารางซ้อมที่ผมจัดให้ทุกคนจะแตกต่างกัน แล้วแต่ไลฟสไตล์และจุดมุ่งหมาย ซึ่งในช่วงแรกผมจะประเมินศักยภาพของนักกีฬาแต่ละคน หลังจากนั้นโปรแกรมการซ้อมจะค่อยๆ ถูกปรับให้เข้ากับนักกีฬาคนนั้น เพราะนักกีฬามีพรสวรรค์แตกต่างกัน บ้างก็เป็นนักสปรินเตอร์ นักขึ้นเขา ปั่นทางราบ แบบจับเวลา (Time Trial) หรือ นักไตรกีฬาระยะต่างๆ (Triathlete) โดยเฉลี่ยโปรแกรมที่ผมออกแบบจะใช้เวลาอยู่บนจักรยานไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง ต่อวัน และ 3-4 วันต่อสัปดาห์ หากคุณปฏิบัติตามแผนการซ้อมได้ 80-90% เป็นระยะเวลา 3 เดือน ผมเชื่อว่าคุณจะเริ่มเห็นพัฒนาการอย่างแน่นอนครับ

มีทางลัดที่จะทำให้ปั่นเก่งเร็วๆ ในระยะสั้นๆ หรือไม่? (Is there any shortcut to improve more quickly?)

คำตอบคือ ไม่มีครับ ร่างกายของเรามีพัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป คุณไม่สามารถหวังผลในระยะสั้นๆ จากการซ้อมได้ แผนการซ้อมจึงมีการสลับหนักเบา เพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน และเริ่มเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดที่ถูกต้อง การที่คุณปั่นหนักๆ หลายๆ ชั่วโมงมากกว่าเพื่อน ไม่ได้หมายความว่าคุณจะปั่นเก่งเร็วขึ้น นอกจากนั้น การซ้อมปั่นอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง หรือเข้าแข่งขันติดกันหลายสนาม นอกจากจะทำให้ร่างกายคุณเหนื่อยล้าเกินไป ประสิทธิภาพการปั่นของคุณจะตกลงในที่สุด อาจเกิดอาการบาดเจ็บ จิตใจของคุณก็จะห่อเหี่ยว ไม่สนุกกับการปั่นอีกต่อไป

วิธีการเลือกโปรแกรมการซ้อมที่เหมาะกับคุณ (How to Choose Your Coaching Programs?)

Beginner Coaching Programs 3 เดือน เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่การฝึกซ้อมแบบเป็นระบบ ร่างกายคุณจะเริ่มปรับสภาพเข้ากับวิธีการฝึกซ้อม กล้ามเนื้อจะค่อยๆ พัฒนาในส่วนที่ถูกต้อง และคุณจะเริ่มเห็นพัฒนาการที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นการควงขา จังหวะการปั่น และพลังการปั่นที่สูงขึ้น โดยใน 2-3 สัปดาห์แรกๆ คุณจะรู้สึกเหนื่อยง่าย และรู้สึกว่าการซ้อมยาวนานเหลือเกินกว่าจะจบ แต่ในสัปดาห์ถัดๆ ไป ร่างกายคุณจะคุ้นชินและปั่นได้นานมากขึ้น มีพลังมากขึ้น จนคุณรู้สึกได้

Advanced Coaching Programs 6 เดือน เหมาะสำหรับนักปั่นที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและมีเป้าหมายชัดเจน เหมาะสำหรับนักปั่นระดับกลางที่มีประสบการณ์การปั่นมาซักระยะ แต่กลับไม่รู้สึกว่าฝีมือได้พัฒนาขึ้นเท่าไหร่นัก การฝึกซ้อมระยะ 6 เดือนจะช่วยจัดระบบร่างกายของคุณให้เข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น มีช่วงระยะให้คุณได้ปรับตัวเข้ากับการฝึกซ้อม ไปจนถึงช่วงที่คุณเริ่มสร้างความแข็งแกร่งและสมรรถภาพ หัวใจของการซ้อมให้ได้ประสิทธิภาพที่สำคัญอีกอย่างนั่นก็คือ ความต่อเนื่อง หากคุณผ่านการซ้อมอย่างต่อเนื่องจนร่างกายคุณเริ่มมีสมรรถนะเพิ่มขึ้น แม้จะขาดซ้อมไปบ้าง แต่ร่างกายคุณจะสูญเสียพลังปั่นไปน้อยมาก โดยเมื่อหากกลับมาเข้าโปรแกรมซ้อมใหม่ คุณก็จะกลับสู่สภาพที่เคยฟิตได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการฝึกซ้อม

Ultimate Coaching Program 12 เดือน โปรแกรมการซ้อมสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาการปั่นและมีเป้าหมายที่ชัดเจน มีการเข้าแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และต้องการไต่อันดับด้วยเวลาให้ดีขึ้น การฝึกซ้อมด้วยแพ็คเกจ 12 เดือน จะสร้างวินัยในตัวคุณเองให้ลุกขึ้นมาฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ สำหรับตารางซ้อมนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะหนักจนเกินไป หรือทำให้คุณไม่มีเวลาทำกิจกรรมอย่างอื่น เพราะแผนการซ้อมของเราจะขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังสามารถร่วมวางโปรแกรมให้สอดคล้องกับโปรแกรมซ้อมที่คุณมีอยู่แล้วสำหรับกีฬาอื่น เช่น วิ่งหรือว่ายน้ำ โดยไม่ทำให้คุณเหนื่อยล้าจนเกินไป โปรแกรมการซ้อมของเราจะมีทั้งหนักและเบาสลับกัน เพื่อให้ร่างกายได้มีโอกาสพัฒนาและฟื้นตัว นอกจากนี้ หากคุณมีแผนจะลงแข่งรายการใดๆ เราสามารถปรับเปลี่ยนโปรแกรมการซ้อมให้เหมาะสมกับรายการนั้นๆ ให้กับคุณได้อีกด้วย


โปรแกรมโค้ชชิ่ง คุณจะได้รับ Coaching Programs include:

ขั้นตอนการโค้ชชิ่ง 

  1. เริ่มจากการตั้งเป้าหมายร่วมกันกับโค้ชเจเจ
  2. นัดหมายเพื่อทำแลคเตทเทสเพื่อหาค่า FTP และเซ็ทโซนการฝึกซ้อม
  3. โค้ชเจเจจะทำการเซ็ทโปรแกรมการซ้อมผ่านทาง Application Online ชื่อ TrainingPeaks และหลังจากการฝึกซ้อมในแต่ละสัปดาห์ โค้ชจะวิเคราะห์ข้อมูลและตอบกลับผ่านทาง Application เช่นเดียวกัน
  4. วัดผลและปรับแผนการซ้อมรายสัปดาห์ให้เหมาะสมกับการตอบสนองและวัตถุประสงค์ของนักกีฬาท่านนั้น

หากคุณมีคําถามในใจว่าจะซ้อมอย่างไรให้มีทิศทางและได้ผลสูงสุด ผมช่วยคุณได้ครับ ติดต่อเราวันนี้ที่ JJ Pro Cycling Centre อย่าลืมนะครับว่า “คุณคืออาวุธหลักที่สําคัญที่สุดของการปั่น ไม่ใช่จักรยาน” โค้ชเจเจ

ติดต่อโค้ชชิ่งกับเรา Add Line: @JJProcycling

Promotion this month – Click


ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

  • 5 วิธีเลือกโค้ชจักรยาน คลิก >>

ข้อมูลเกี่ยวกับ TrainingPeaks คลิก >>