Gain Weight from Dehydration: น้ำหนักขึ้นเพราะขาดน้ำ!

เมื่อคุณชั่งน้ำหนักตอนเช้า แล้วพบว่าน้ำหนักขึ้นถึง 2 กิโล.อย่างไม่มีสาเหตุ สิ่งนี้มันทำให้คุณหงุดหงิดและเสียกำลังใจ แต่ข่าวดีก็คือจริงๆ แล้วคุณไม่ได้น้ำหนักขึ้น 2 กิโลอย่างที่คุณคิด เพราะการจะทำน้ำหนักขึ้น 0.5 กิโล นั้น คุณต้องกินมากขึ้นกว่าปกติในแต่ละวันถึง 3,500 แคลอรี่ นั่นหมายความว่าคุณต้องกินอาหารถึง 20,000 แคลอรี่ในเวลา 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นไปไม่ได้!!

แปลกแต่จริง ที่ว่าการที่คุณยิ่งดื่มน้ำน้อยหรืออยู่ในภาวะขาดน้ำมากเท่าไหร่ ร่างกายของคุณก็จะพยายามกักเก็บน้ำเอาไว้ให้ได้มากที่สุด จนน้ำหนักคุณสูงขึ้น คุณเคยตื่นเช้ามาหลังจากที่ออกกำลังกายหรือดื่มเบียร์อย่างหนักในคืนก่อน แล้วพบว่าใบหน้าของคุณหรือหน้าท้องของคุณเกิดอาการบวมน้ำ? นั่นเป็นเพราะร่างกายของคุณพยายามกักเก็บน้ำอยู่นั่นเอง น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญกว่า 60% ของร่างกาย ภาวะขาดน้ำจะส่งผลเสียต่อการทำงานของร่างกายหลาย อย่าง โดยเฉพาะประเทศที่มีอากาศร้อนอย่างเมืองไทย การปั่นจักรยานเป็นเวลานานๆ หรือการออกกำลังกายในอากาศที่ร้อนชื้นมากๆ จะทำให้คุณอยู่ในภาวะขาดน้ำได้ง่าย ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาสุขภาพถ้าเราไม่จัดการอย่างถูกวิธี

1) น้ำหนักขึ้น

ไม่เพียงแต่ร่างกายจะพยายามกักเก็บน้ำเมื่อเราสูญเสียน้ำมากๆ เซลล์ของร่างกายก็สูญเสียพลังงานอีกด้วย และมีแนวโน้มที่จะทำให้เรากินเข้าไปเยอะกว่าเดิมทั้งๆ ที่เราแค่กระหายน้ำเท่านั้นเอง

2) ความเหนื่อยล้า

น้ำเป็นแหล่งสำคัญของพลังงานในร่างกาย ภาวะขาดน้ำทำให้กระบวนการสร้างเอนไซม์ในร่างกายช้าลง ส่งผลให้เกิดอาการเหนื้อยล้า อ่อนเพลีย

3) อาการหอบ และภูมิแพ้

เมื่อขาดน้ำ ร่างกายจะจำกัดการทำงานของระบบเดินหายใจเพื่อจะคงระดับน้ำเอาไว้ ระดับการสร้างฮิสตามินในร่างกายจะเพิ่มขึ้นเท่าๆ กับระดับที่ร่ายกายสูญเสียน้ำออกไป

4) ความดันโลหิตสูง

ปกติแล้วในเลือดของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 92% แต่เมื่อเรามีภาวะขาดน้ำ เลือดจะมีความข้นขึ้นส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดช้าลง และทำให้ค่าแรงดันโลหิตสูงขึ้น

5) คลอเรสโตรอลสูง

เมื่อร่างกายขาดน้ำ มันจะผลิตคลอเรสโตรอลเพิ่มขึ้นเพื่อปกป้องการสูญเสียน้ำของเซลล์

6) ผิวระคายเคือง

การขาดน้ำส่งผลให้การทำลายสารพิษผ่านผิวหนังช้าลง และผิวหนังเปราะบางและเกิดการระคายเคืองได้ง่าย รวมไปถึงการเกิดผิวแห้งสะเก็ด เป็นขุย และริ้วรอยก่อนวัย

7) ระบบการย่อยอาหารผิดปกติ

การขาดแคลนน้ำและแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม และแมกนีเซียม จะนำไปสู่กระบวนการย่อยอาหารที่ผิดปกติ รวมไปถึงแผลในกระเพาะอาหาร กระเพาะอาหารอักเสบ และกรดไหลย้อน

8) กระเพาะปัสสาวะและไตอักเสบ ร่างกายที่ขาดน้ำจะส่งผลให้ปริมาณกรดและปริมาณสารพิษเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะและไตไวต่อการติดเชื้อ อักเสบ และเกิดอาการเจ็บปวด

9) ท้องผูก

เมื่อร่างกายขาดแคลนน้ำ ลำไส้เป็นอวัยวะแรกๆ ที่จะถูกดึงน้ำออกเพื่อนำไปหล่อเลี้ยงต่อระบบการทำงานของร่างกายอื่นๆ ในภาวะฉุกเฉิน เมื่อไม่มีน้ำเพียงพอ ของเสียจะเคลื่อนตัวติดขัดและเชื่องช้า หรืออาจจะไม่เคลื่อนไหวเลย ส่งผลให้เกิดอาการท้องผูก

10) อาการเจ็บที่ข้อต่อและตึงตัว
ข้อต่อทั้งหมดของร่างกายมีแผ่นรองกระดูกอ่อน ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือน้ำ เมื่อร่างกายขาดน้ำแผ่นรองกระดูกอ่อนจะอ่อนแอและการซ่อมแซมของข้อต่อจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดและไม่สบายตัว

11) แก่ก่อนวัย
การขาดน้ำอย่างเรื้อรัง ทำให้อวัยะในร่างกาย ผิวหนัง เริ่มเกิดริ้วรอยและดูแก่ก่อนวัย

มีความเชื่อที่ว่าในภาวะที่อากาศร้อนชื้นคุณควรจะต้องบริโภคพวกโซเดียมหรือเกลือแร่มากขึ้น ซึ่งบางส่วนก็จริง นั่นก็เพื่อความสมดุลย์ของสารอาหารในร่างกาย ทำได้โดยการกินพวกโพแทสเซียม แมกนีเซียม หรือโซเดียม แต่เกลือส่วนเกินจากโซเดียมนั้นมีบทบาทสำคัญต่อการคงระดับน้ำในร่างกายอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วในแต่ละวันเราควรบริโภคโซเดียมเพียง 1,000 – 3,000 มก. เท่านั้น แต่เกลือเพียง 1
า มีโซเดียมถึง 2,000 มก. ก็ง่ายมากที่เราจะบริโภคโซเดียมเกินความจำเป็น โซเดียมเป็นสารปรุงแต่งที่ถูกทำให้เข้มข้นและซ่อนอยู่ในอาหารประเภทมันฝรั่งกรอบรสเกลือ ถั่ว หรือแครกเกอร์ อย่างไรก็ตามอาหารที่ไม่ได้มีรสเค็มก็อาจจะเต็มไปด้วยโซเดียมได้เช่นเดียวกัน อาหารไทยส่วนใหญ่มักถูกปรุงรสด้วยเกลื
าล ยิ่งผ่านกระบวนการมากเท่าไหร่ มีแนวโน้มที่จะมีโซเดียมสูงขึ้นไปด้วยเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าเวลาเราจะรับประทานอะไร ควรจะพิจารณาให้ดีและเลือกเฉพาะอาหารพื้นฐาน เช่น ผลไม้ ผัก และเนื้อไร้มัน หรือพวกธัญพืช และพยายามเลือกซื้ออาหารที่สะอาด และจากแบรนด์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือ ควรอ่านฉลากบนกระป๋องอาหาร กล่องบรรจุภัณฑ์ และฉลากในอาหารแช่แข็งอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ผู้หญิงมักจะน้ำหนักขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยที่น้ำหนักจะลดอย่างรวดเร็วสู่ภาวะปกติในภายหลัง ก่อนช่วงมีประจำเดือนถ้าไม่อยากน้ำหนักขึ้นเราต้องดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรักษาระดับโซเดียมให้อยู่ระดับต่ำที่สุด

อีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักของเราก็คือ “ไกลโคเจน” ให้คิดว่าไกลโคเจนเหมือนเป็นถังน้ำมันที่เต็มไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ไกลโคเจนบางส่วนถูกเก็บอยู่ในตับและบางส่วนถูกเก็บอยู่ในกล้ามเนื้อ พลังงานส่วนที่กักเก็บนี้เพียงอย่างเดียวก็หนักกว่าหนึ่งปอนด์เลยทีเดียวและต้องใช้น้ำควบคู่ไปด้วยถึง 3-4 ปอนด์ ระดับของไกลโคเจนจะลดลงระหว่างวันถ้าคุณสูญเสียระดับของคาร์โบไฮเดรท เมื่อระดับไกลโคเจนลดลงคุณจะเริ่มมีอาการหิว และร่างกายจะเริ่มสะสมพลังงานและน้ำที่เกี่ยวข้องกับการกักเก็บพลังงานนั้นเอาไว้ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงเป็นเรื่องปกติที่ไกลโคเจนและน้ำจะทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่ม 2 ปอนด์ต่อวัน แม้วันนั้นคุณจะยังไม่ได้รับประทานอะไรเข้าไปเลยก็ตาม การขึ้นลงเล่านี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลดไขมันแต่อย่างใด แต่มันจะทำให้คุณหดหู่น้อยลงเมื่อคุณพบว่าน้ำหนักคุณเพิ่มขึ้นหากคุณเป็นคนที่หมกหมุ่นและชอบชั่งน้ำหนักของตัวเองอยู่เป็นนิจ

ร่างกายคนเราประกอบด้วย

  • สมอง มีน้ำ 83%
  • เลือด มีน้ำ 94%
  • กระดูกมีน้ำ 22%
  • กล้ามเนื้อมีน้ำ 75%

ทราบหรือไม่

  • เมื่อคุณเริ่มรู้สึกหิวน้ำ คุณได้อยู่ในภาวะขาดน้ำไปเรียบร้อยแล้ว
  • ดื่มน้ำ 2 แก้ว ก่อนอาหารเช้า อาหารเที่ยง และอาหารเย็น จะช่วยลดการรับประทานอาหารแ
    น้ำหนักได้
  • >ดื่มน้ำเย็นสามารถช่วยเร่งระดับการเผาผลาญพลังงานและไขมันได้ โดยจะเริ่มกระบวนการหลังจากที่ดื่มน้ำผ่านไป 10 นาที และทำงานสูงสุดเมื่อผ่านไป 30-40 นาที

นักวิจัยประมาณการณ์ว่า ในเวลา 1 ปี หากคนๆ นั้นมีการเพิ่มปริมาณของน้ำจากการดื่มน้ำได้ 1.5 ลิตร ต่อวัน จะช่วยเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกินได้ถึง 17,000 แคลอรี่ และลดน้ำหนักได้ถึงประมาณ 8 กิโลกรัม

ขอบคุณผลิตภัณฑ์อาหาร CP’s food Sustainability

http://www.cpfworldwide.com/th/sustainability

 

 

 

 

You step on your scales in the morning and you can’t understand how you’ve gained 2kg. You feel frustrated and demotivated, but the good news is you didn’t really gain 2kg. Think about it, to gain 0.5kg of fat needs you to eat approx. 3,500 calories more than you normally eat, so that means you would have had to eat over 20,000 calories in 24 hours!!

Strange as it seems, the less water you drink and the more dehydrated you be
he more water your body will try to retain. Have you ever woken up in the morning after been super dehydrated from exercise or too much beer the night before?  Did you look in the mirror and feel your face and stomach were bloated? Well that is the body retaining water; water makes up approx 60% of total body mass and dehydration can cause a multitude of problems to your body. We live in a tropical climate in Thailand and doing exercise in very hot and humid conditions will very easily cause dehydration, which can lead to a number of health issues if not dealt with.

  1. Weight Gain

Not only is the body retaining water, but when the body is dehydrated the cells don’t habe enough energy and people have a tendency to eat more when actually the body is just thirsty

  1. Fatigue

Water is the most important source of energy in the body, dehydration cases the enzymatic activity in the body to slow down, causing fatigue.

  1. Asthma and Allergies

When dehydrated your body will restrict your airways to conserve water and the percentage of histamine produced by the body increases the same percentage that the body is losing water.

  1. High Blood Pressure

The blood is normally about 92% water when fully hydrated, when dehydrated, the blood becomes thicker causing resistance to blood flow, which can cause a high blood pressure reading

  1. High Cholesterol

When the body is dehydrated, it will produce more cholesterol to prevent water loss from the cells.

  1. Skin disorders

Dehydration slows the elimination of toxins through the skin and makes it more vulnerable to all types of skin disorders, including dry flaky skin, dandruff as well as premature wrinkling

  1. Digestive Disorders

A shortage of water and alkaline minerals, such as calcium and magnesium, can lead to a number of digestive disorders, including ulcers, gastritis and acid reflux

  1. Bladder or Kidney Problems

With a dehydrated body, the buildup of toxins and acid waste creates an environment which bacteria love, resulting in the bladder and kidney to be more prone to infection, inflammation and pain.

  1. Constipation

When short of water, the colon is one of the primary regions the body draws water from in order to provide fluids for other critical body functions. Without adequate water, wastes move through the large intestines much more slowly or sometimes not at all, resulting in constipation.

  1. Joint Pain or Stiffness

All joints have cartilage padding which is composed mainly of water. When the body is dehydrated, cartilage is weakened and joint repair is slow resulting in pain and discomfort.

  1. Premature Aging

When chronically dehydrated, the body’s organs, including its largest organ, the skin, begins to wrinkle and wither prematurely.

There is a myth that in a hot climate you need to take extra sodium, whilst partly true you actually need a balanced intake of minerals such as potassium magnesium and sodium: Excess salt (sodium) can also play a big role in water retention. A single teaspoon of salt contains over 2,000 mg of sodium. Generally, we should only eat between 1,000 and 3,000 mg of sodium a day, so it’s easy to go overboard. Sodium is a sneaky substance, you would expect it to be most highly concentrated in salty chips, nuts, and crackers. However, food doesn’t have to taste salty to be loaded with sodium. A lot of Thai food on stalls is loaded with salt and sugar. The more highly processed a food is, the more likely it is to have a high sodium content. That’s why, when it comes to eating, it’s wise to stick mainly to the basics: fruits, vegetables, lean meat, and whole grains. Always buy food from a well know Minimart such as CP, be sure to read the labels on canned foods, boxed mixes, and frozen dinners.

Women may also retain several pounds of water prior to menstruation. This is very common and the weight will likely disappear as quickly as it arrives. Pre-menstrual water-weight gain can be minimized by drinking plenty of water, keeping to your exercise program, and keeping high-sodium processed foods to a minimum.

Another factor that can influence the scale is glycogen. Think of glycogen as a fuel tank full of stored carbohydrate. Some glycogen is stored in the liver and some is stored the muscles themselves. This energy reserve weighs more than a pound and it’s packaged with 3-4 pounds of water when it’s stored. Your glycogen supply will shrink during the day if you fail to take in enough carbohydrates. As the glycogen supply shrinks you will experience a small increase in appetite and your body will restore this fuel reserve along with its associated water. It’s normal to experience glycogen and water weight shifts of up to 2 pounds per day even with no changes in your calorie intake or activity level. These fluctuations have noth , alth
they can make for some unnecessarily dramatic weigh-ins if you’re prone to obsessing over the number on the scale.
 

The Human Body is

  • The brain is 83% water
  • Blood is 94% water
  • Bones are 22% water
  • Muscles are 75% water

Did You Know

  • When you feel thirsty you are already dehydrated
  • Drinking 2 glasses of water before breakfast, lunch and dinner will help you reduce your food intake and lose weight
  • Drinking cold water can speed up your metabolism and burn calories, the effects of speeded up metabolism start 10 minutes after intake and peaks at 30-40 minutes after intake.
  • Researchers estimate that that over one year a person who increases their water intake by 1.5 litres per day would burn an extra 17,000 calories, for a weight loss of approx 8kg

Thank you CP’s food Sustainability

http://www.cpfworldwide.com/th/sustainability

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *